ufa

จะไปชนะใครเมื่อเปลี่ยน 2 ตัวที่ดีที่สุดออก

จะไปชนะใครเมื่อเปลี่ยน 2 ตัวที่ดีที่สุดออก

การแพ้คา แอนฟิลด์ 5 นัดรวดจนเป็นสถิติสโมสรนับตั้งแต่ก่อตั้งและเราต้องรอถึง 85 นาทีกว่าจะยิงเข้ากรอบ แค่ทั้ง 2 อย่างที่ว่ามามันไม่ใช่เรื่องปกติสำหรับทีมระดับอย่าง ลิเวอร์พูล

ชั่วโมงนี้ไม่มีใครอ้างถึงการขาดเซนเตอร์ตัวจริงแล้วครับเพราะสิ่งที่ตาเห็นมาจนถึงเดือนมีนาคมจนผมเองที่เคยปกป้องมาตลอดเริ่มรู้สึกไม่ค่อยแฮปปี้เท่าไหร่

เยอร์เก้น คล็อปป์ เริ่มทำให้นักเตะตัวเองเจออุปสรรคและปัญหาที่มีอยู่แล้วให้มากขึ้นไปอีกไม่ว่าจะระบบที่ไม่ยอมยืดหยุ่นใดๆหรือแม้กระทั่งการเปลี่ยนตัวที่ค้านสายตา

ผมว่าแฟนบอล ลิเวอร์พูล หลายคนอยากตั้งคำถามถึง JK ว่าในสภาพแนวรับที่ไม่เหมาะกับการดันไลน์สูง (ซึ่งเป็นแบบนี้มาหลายนัด) แต่เหตุไฉนยังยึดติดกับการเล่นแบบนี้ต่อไปแบบไม่ลดละ

ไม่ว่าคู่แข่งจะจัดทีมยังไงหรือสถานการณ์ระหว่างเกมออกมาเช่นไรระบบการเล่นไม่เคยเปลี่ยนไป

เมื่อ 2 เซนเตอร์ความเร็วไม่มีแต่พื้นที่ด้านหลังโล่งเป็นไร่แล้วต้องมาวิ่งแข่งจนลิ้นห้อย แบบนี้คู่แข่งไม่ต้องคิดอะไรให้เสียเวลา

โทมัส ทูเคิ่ล ยังเห็นจุดอ่อนตรงนี้และเลือกส่ง ติโม แวร์เนอร์ ลงมาท้าประลองความเร็วทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ได้โอกาสเป้นตัวจริงก่อนเสมอ

ทั้งนี้ทั้งนั้นแนวรับ “หงส์แดง” มีปัญหาเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมเนื่องจากแดนกลางหลุดทีก็ถึงหลังอย่างไว เราแทบไม่ได้เห็นการวิ่งสกรีนช่วยอะไรคู่เซนเตอร์เลยด้วยซ้ำ

ปัญหาเหล่านี้ย้อนกลับมาสู่คำถามที่ว่าในเมื่อแนวรับ+กลางหลวมโครกขนาดนี้การดันไลน์สูงจึงไม่ควรใช้หรืออย่างน้อยๆก็ลงต่ำมาอีกซัก 5-10 หลา

ขี้หมูขี้หมาบอลล้นก็ยังไปถึง อลิสซอน ไม่ใช่ต้องให้พี่แกวิ่งหน้าตั้งออกมาจากเขตโทษบ่อยๆมันย่อมต้องพลาดเข้าซักวัน

สัญญาณเตือนมาตั้งแต่ลูกที่ แวร์เนอร์ หลุดเดี่ยวแตะหนี อลิสซอน ก่อนยิงโล่งๆไม่เหลือ

เชื่อกันว่า 100 ทั้ง 100 เดอะ ค็อป “มอบตัว” ว่าลูกนี้ไม่ล้ำแน่นอนเพราะไลน์และเหลี่ยมมันไม่ล้ำแต่ด้วยความมหัศจรรย์ของการตีเส้นจนกลายเป็น offside

ประตู 1-0 ของ เมสัน เมาท์ เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ทำให้เจ้าถิ่นแทบเข่าทรุด (ก่อนพักครึ่ง 3 นาที)

และจุดเริ่มต้นมาจากการวางยาวทำให้แนวรับ “หงส์แดง” จัดระเบียบไม่ทัน เป็นเหตุทำให้ ฟาบินโญ่ ต้องมาตาม เมาท์ และถูกแตะหนีเข้าในจนช้าไป 1 จังหวะ

ในขณะที่เกมรุกต้องบอกว่าอย่าง “ตัน” เพราะการเจอกับหลัง 3 ของ เชลซี ที่ว่ายืนแน่นอยู่แล้วแต่ ซาดิโอ มาเน่ ไม่ได้ช่วยให้งานของเพื่อนร่วมทีมเบาขึ้นเลย

แกยังคงมาตรฐานเดิมคือเลี้ยงไม่ผ่านและเสียบอลแทบตลอดเวลาแต่การเปลี่ยนตัวของ JK ทำเอาทุกคน “งง” เพราะเอาคนที่เด่นที่สุด 2 คนออกทั้ง โม ซาลาห์ และ เคอร์ติส โจนส์

แข้ง อียิปต์ สร้างโอกาสให้เพื่อนในเกมนี้สวยๆหลายหนและเก็บบอลทำอะไรกับบอลได้ดีกว่าอีก 2 คนที่เหลือชัดเจน

ส่วน โจนส์ วันนี้ผมยังต้องเอ่ยปากชมหลายๆจังหวะ เป็นมดงานคอยเชื่อมเกมแถมเอาตัวรอดจนเด่นกว่าใครๆในแดนกลาง

คนที่ควรเปลี่ยนออกจาก โรแบร์โต้ ฟีร์เมียโน่ และ ซาดิโอ มาเน่ กลับอยู่จนครบ 90+3 และ 1 ใน 2 คนที่เปลี่ยนลงมากลับเลือก OX ทั้งๆที่มี นาบิล เกอิต้า ที่ทำอะไรกับบอลได้มากกว่า

ท้ายที่สุดแล้วกลายเป็น “วนลูป” คือโดนนำก่อน > คู่แข่งไปตั้งรับ > บีบพื้นที่ และเป็น ลิเวอร์พูล ที่ต้องยิ่งรีบเล่นกลายเป็นบอลไม่มีทรง

พอเวลาเหลือน้อยฝั่งตรงข้ามก็งัดไม้เด็ดคือเล่นบอลเหมือนเป็น “วันสิ้นโลก” ไม่ห่วงสวยไม่เน้นความงาม เคลียร์ได้เคีลยร์ งัดโด่งได้ก็งัดไปวัดกัน ซึ่งมันเป็นภาพซ้ำๆที่เห็นกันจนชินชา

ในทางกลับกัน team selection ของ ทูเคิ่ล เหมาะเหลือเกินกับเกมนี้โดยแม้นักเตะบางคนอย่าง ซีเยค ยังเล่นต่ำกว่ามาตรฐานแต่ เมสัน เมาท์ วันนี้เด่นมาก

นอกจากยิงประตูชัยแล้วยังมีส่วนสำคัญทั้งรุกและรับ รับ MOM ไปแบบไร้ข้อกังขา

ส่วนเกมรับ 3 กองหลังต้องบอกว่าโคตรโหดโดยเฉพาะ อันเดรส คริสเตนเซ่น และ อันโตนิโอ รูดิเกอร์ ที่ตามเกาะติด 3 ประสานเป็นเงา

ที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ เอ็นโกโล่ ก็องเต้ เป็นอีก key man ที่ช่วยทำลายเกมรุกของ ลิเวอร์พูล ไม่ว่าบอลอยู่ตรงไหนเขาจะอยู่ตรงนั้น

ไม่เกินเลยนักหากเราจะบอกว่าอดีตแข้ง เลสเตอร์ ซิตี้ สามารถวิ่งรอบโลกเพื่อต่อยหลังตัวเองได้

“สิงห์บลู” ถือว่ากลับลอนดอนถึง 3 เด้งคือพาตัวเองขึ้นไปอยู่อันดับ 4 , ตัดแต้มเขี่ยทีมที่เล็งเป้าหมายเดียวกันและชนะใน แอนฟิลด์ เป็นหนแรกนับตั้งแต่ 2014 (เฉพาะในลีก)

สำหรับ “หงส์แดง” ไปๆมาๆถ้ายังแจกแต้มในบ้านแบบนี้ต่อไปเผลอๆ ยูโรป้า ก็อาจไม่ได้ไปครับ

ทุก ข่าวกีฬา ทุกเรื่องราวทุกการเปลี่ยนแปลงของ วงการ ข่าวฟุตบอล Hot News: siamsport

• เรื่องน่าสนใจ •